บักแงว ลิ้นจี่ป่า ลิ้นจี่อีสาน ประโยชน์ พร้อมวิธีปลูกแบบง่าย ๆ
บักแงว คืออะไร
บักแงว คือ ภาษาถิ่นที่ชาวอีสานใช้เรียก ผลของต้นคอแลน จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับต้นลิ้นจี่ ลำไย เงาะ ด้วยมีลักษณะคล้ายกับลิ้นจี่ คือ มีลักษณะรีถึงกลม เปลือกด้านนอกมีผิวขรุขระ เมื่อผลยังอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อผลแก่จัดจะออกเป็นสีแดงเข้ม ในขณะที่เนื้อด้านใน จะมีลักษณะขาวใสคล้ายเงาะ มีรสเปรี้ยวอมหวาน หรือ เปรี้ยวอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับแต่ละต้น ทำให้ชาวบ้านเรียกมันอีกอย่างหนึ่งว่า ลิ้นจี่ป่า หรือลิ้นจี่อีสาน
สรรพคุณของ บักแงว หรือ ลิ้นจี่ป่า
ผลของบักแงว หรือ ผลของลิ้นจี่ป่า มีรสเปรี้ยวอมหวาน จึงช่วยทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ และใช้เป็นยาระบายท้อง ช่วยในการย่อยอาหารได้ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เนื้อของบักแงวจะทานได้ปกติ แต่เนื่องจากเมล็ดแข็งและมีพิษ จึงควรหลีกเลี่ยงในการรับประทาน
ทำไม ลิ้นจี่ป่า ลิ้นจี่อีสาน ถึงเป็นที่ต้องการของตลาด
บักแงว หรือลิ้นจี่ป่า ลิ้นจี่อีสาน เดิมเป็นต้นไม้ป่า และตามธรรมชาติแล้ว จะออกผลแค่ 1 ครั้งต่อปี ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น จึงเก็บเป็นผลไม้มารับประทานได้ยากเป็นทุนเดิม ประกอบกับมีรสชาติเปรี้ยวด้วย ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในการนำมารับประทาน รวมถึงการนำมาปลูกเพื่อเก็บผลผลิต จนมีแนวโน้มเกือบจะสูญพันธุ์เลยทีเดียว
แต่เนื่องจากปัจจุบัน คนเริ่มหันมาทานบักแงวกันมากขึ้น รวมถึงรู้จักนำบักแงวมาทำเมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยำบักแงว บักแงวจิ้มแจ่วปลาร้า จึงทำให้บักแงวเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูงขึ้น จนกลายเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านนิยมนำมาปลูก และสามารถสร้างผลผลิตรวมถึงรายได้จำนวนมาก
ตัวอย่างเช่น นายอวม ส่องกระโทก ชาวบ้าน ใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ปลูกต้นลิ้นจี่ป่า ตั้งแต่พ.ศ. 2537 ผ่านไป 7 ปี จึงสามารถเก็บผลผลิตได้ ปัจจุบัน ขายกิโลกรัมละ 30 บาท สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อปี จากการขายลิ้นจี่ป่า ราว 10,000 บาท ต่อปี เลยทีเดียว
วิธีการปลูกลิ้นจี่ป่า ลิ้นจี่อีสาน ด้วยตัวเอง
วิธีการปลูกลิ้นจี่ป่า ลิ้นจี่อีสาน สามารถทำได้เองแบบง่าย ๆ ทั้งการเพาะเมล็ด โดยการนำผลแก่จัด มาฝังลงดินในถุงชำหรือกระถาง เพื่อเพาะให้เป็นต้นกล้า จากนั้น จึงค่อยย้ายต้นกล้าไปปลูกในไร่หรือแปลงเพาะปลูกต่อไป อีกวิธีหนึ่งก็คือ การตอนกิ่ง ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ได้ผลผลิตที่รวดเร็วกว่าการเพาะเมล็ด โดย 2 – 3 ปี ก็เริ่มจะให้ผลผลิตได้แล้ว ดังนั้น หากใครอยากปลูกลิ้นจี่ป่า ลิ้นจี่อีสานแล้ว อยากได้ผลผลิตที่รวดเร็ว การตอนกิ่ง อาจเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด
ซึ่งถ้าใครปลูกบักแงว หรือ ลิ้นจี่ป่า ด้วยการตอนกิ่งแล้ว อยากจะให้การตัดกิ่ง เพื่อแยกเอากิ่งที่ตอนออกจากต้นแม่ มาชำลงในถุงหรือกระถางได้อย่างง่ายดายแล้วละก็ แนะนำให้ใช้ กรรไกรตัดกิ่งไฟฟ้า ของ SGE ใบมีดทำจากเหล็กอัลลอยด์แท้ ทำให้ตัดแต่งกิ่งได้อย่างคมกริบ แถมแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ถึง 2 ชั่วโมง ช่วยให้คุณตัดแต่งกิ่งต้นไม้ได้อย่างง่ายดาย สนใจคลิกดูเพิ่มเติมที่ https://www.sgethai.com/product/electric-pruning-shears/
บักแงวหรือลิ้นจี่ป่า กำลังเป็นผลไม้ที่ผู้คนนิยมบริโภค แถมยังขายได้ราคา เหมาะเป็นต้นไม้ที่ควรปลูกในบริเวณบ้าน เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต หากใครอยากปลูก ก็ลองไปหาพันธุ์ไม้มา แล้วขยายพันธุ์เพาะปลูกด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามที่เราแนะนำ รับรองว่า ทำเองได้ง่าย ๆ และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้อย่างแน่นอน
6 กุมภาพันธ์ 2024
โดย
Pres