มะม่วงแช่อิ่ม วิธีทำง่าย ๆ ถนอมอาหารแบบไม่ยุ่งยาก
ผลไม้ดอง หรือผลไม้แช่อิ่ม ตามฤดูกาลต่าง ๆ เป็นอาหารกินเล่นยอดนิยมที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยกรรมวิธีในการถนอมอาหารแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยจับผลไม้ที่เหลือ ๆ หรือกินไม่หมด มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ ๆ อร่อยไฉไลกว่าเดิม และหนึ่งเมนู “มะม่วงแช่อิ่ม” 🥭 ถือเป็นอีกหนึ่งเมนู ที่หลายคนโปรดปรานเป็นอย่างมาก และมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลองทำกินเอง โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มะม่วงกำลังดกเลยทีเดียว
วันนี้ SGE นำ วิธีทำมะม่วงแช่อิ่ม หวานกรอบอร่อยมาฝากทุกคน แช่เย็นเก็บไว้กินเพลิน ๆ ลองมาดูกันเลย. . .
มะม่วงแช่อิ่ม นิยมใช้มะม่วงชนิดใด?
สำหรับมะม่วงที่ใช้ทำมะม่วงแช่อิ่มนั้น จะนิยมนำมะม่วงหลากหลายประเภทมาทำ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นมะม่วงที่มีรสชาติเปรี้ยว เช่น มะม่วงแก้ว มะม่วงพิมเสม มะม่วงโชคอนันต์ และมะม่วงเบา ที่นิยมนำมาทำมะม่วงแช่อิ่มอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะมะม่วงเบาที่มีขนาดลูกเล็ก และรสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใครหลายคนชื่นชอบ ทั้งนี้การเลือกมะม่วงแช่อิ่มจากประเภทของมะม่วง ก็ขึ้นอยู่กับความชอบที่แตกต่างกันออกไปของผู้บริโภคนั่นเอง
มะม่วง (Mango) จัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย และถือว่าเป็นผลไม้ประจำชาติของประเทศอินเดียอีกด้วย มะม่วง ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Mangiferaindica มะม่วงในบ้านเรานั้น จัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งส่งประเทศไทยส่งออกมะม่วงเป็นอันดับ 3 ของโลก
สำหรับพันธุ์มะม่วงนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์มาก โดยสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเห็นจะเป็น พันธุ์เขียวเสวย แรด น้ำดอกไม้ อกร่อง ฟ้าลั่น โชคอนันต์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้น ก็จะมีรสชาติและลักษณะแตกต่างกันออกไป
วิธีทำมะม่วงแช่อิ่ม By SEG x เชฟเจิน
ส่วนผสม
- มะม่วงแก้ว 5 กิโลกรัม
- น้ำปูนใส 2 ลิตร
- เกลือ 200 กรัม
- น้ำเปล่า 1.5 ลิตร
ส่วนผสมน้ำแช่อิ่ม
- น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
- เกลือ 10 กรัม
- สีผสมอาหาร 1-2 หยด
วิธีทำ
- ผสมน้ำปูนใสกับเกลือให้เข้ากัน โดยผสมเกลือเท่ากับปูนแดง ขั้นตอนนี้ อาจใช้น้ำอุ่น เพื่อช่วยลดเวลาในการละลายเกลือได้
- ทำการปอกเปลือกมะม่วง แล้วนำไปล้างด้วยน้ำสะอาด ก่อนจะหั่นเป็นชิ้น ๆ ตามขนาดที่ต้องการ
- ทำน้ำเชื่อม โดยนำน้ำเปล่า ผสมกับน้ำตาล ต้มจนน้ำตาลละลายหมด ในขั้นตอนนี้ ควรใช้ไฟกลาง เพื่อไม่ให้ไหม้ เมื่อต้มเสร็จพักไว้ให้เย็น
- ในขณะที่รอน้ำเชื่อมเย็น ให้ผสมน้ำปูนใสกับเกลือให้เข้ากัน นำมะม่วงดิบที่หั่น และล้างน้ำให้สะอาดแล้ว นำไปแช่น้ำปูนใส ที่เตรียมไว้ ประมาณ 1-3 ชั่วโมง
- เมื่อแช่ครบกำหนดเวลา นำมะม่วงไปล้างน้ำสะอาด และผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
เคล็ดลับ: อย่าล้างน้ำนานมากเกินไป อาจจะจะทำให้มะม่วงมีรสจืดลงได้ - หลังจากนั้น นำมะม่วงที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่5 มาใส่ภาชนะที่มีฝาปิด และตามด้วยน้ำเชื่อม โดยเทให้น้ำเชื่อมพอท่วมมะม่วง ปิดภาชนะทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 1-2 วัน เคล็ดลับ : การแช่มะม่วงในน้ำเชื่อม ควรนำใส่ตู้เย็น เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่น และฟองขณะหมัก พร้อมเสิร์ฟ
สรรพคุณของมะม่วง
- รับประทานมะม่วงช่วยทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวา
- มีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- มะม่วงมีวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
- ช่วยบำรุง และรักษาสายตา เพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอ และเบตาแคโรทีน
- เป็นผลไม้ที่มีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย
- ช่วยทำให้ผ่อนคลาย และหลับสบายยิ่งขึ้น
- ช่วยทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ ปรับสมดุลภายใน
- ผลมะม่วงดิบ มีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
- ช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ
- มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ รวมไปถึงต่อมลูกหมาก, มะเร็งปอด, มะเร็งเม็ดเลือด, โรคมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
- ช่วยเยียวยา และรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ใบมะม่วงประมาณ 15 ใบ นำมาล้างให้สะอาด แล้วนำมาต้มในน้ำสะอาด 1 ถ้วย โดยใช้ไฟอ่อน ๆ นาน 1 ชั่วโมง ถ้าน้ำแห้งก็เติมเรื่อย ๆ เมื่อเสร็จแล้วนำมาตั้งทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน พอเช้าก็นำมากรอง เอาแต่น้ำดื่มติดต่อกันประมาณ 3-4 วัน
- ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ด้วยการรับประทานผลสดแก่
- ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ด้วยการรับประทานผลสดแก่
- ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
- ช่วยแก้โรคคอตีบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
เคล็ดไม่ลับที่อยากบอกต่อ!!!
เราขอแนะนำ ตัวช่วยดี ๆ ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของคุณ ตัวช่วยประจำตัวที่ใคร ๆ ต้องมี ช่วยถนอมอาหารของคุณให้เก็บไว้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น แถมยังเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของคุณได้ดีด้วยนะ
Before | After |
❝ เท่านี้ก็ได้ มะม่วงแช่อิ่ม 🥭 ที่ทั้งกรอบ หอม หวาน อร่อยไว้ทานกันที่บ้าน หรือจะนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ เป็นอาชีพเสริมก็น่าสนใจทีเดียว ❞
เห็นไหมว่า การทำมะม่วงแช่อิ่มนั้น ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าหากทำทานกินเอง แล้วต้องการความรวดเร็วและลดขั้นตอนยุ่งยาก ให้ข้ามขั้นตอนต้มน้ำเชื่อม เปลี่ยนเป็นนำน้ำตาลทรายคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วใส่ภาชนะปิดฝา แช่ไว้ในตู้เย็น 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถทานได้แล้ว รับรองง่ายดาย แถมอร่อยอีกด้วย
5 มีนาคม 2024
โดย
ลำดวน